ตัวเรือนแหวนเพชรสำคัญอย่างไร ? 4 หนามเตย หรือ 6 หนามเตย ดีไซน์ไหนที่ให้คุณมั่นใจได้มากกว่า ?

แหวนเพชร แหวนหวั้น แบบแหวน

วิธีเลือกตัวเรือนสำหรับแหวนเพชร

การแต่งงาน ถือเป็นงานที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องของความรัก พันธสัญญา และขนบธรรมเนียม
โดยมีแหวนเพชรแท้เป็นสื่อกลางในบริบทนั้น คือบริบทที่แสดงให้รู้ว่าชายหญิงคู่นี้เป็นคู่รักตามขนบประเพณี ดังนั้น “Love & Co.” จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาสำคัญในการช่วยคุณจัดหาแหวนเพชรแท้สักวง เพื่อคนที่คุณรัก หากเพชรเปรียบเป็นตัวแทนของความรัก ตัวเรือนก็เปรียนเสมือนฐานพื้นฐานของการใช้ชีวิตร่วมกัน ซึ่งแน่นอนว่าตัวเรือนสำหรับแหวนเพชรแท้นั้นไม่ได้มีแค่แบบเดียว วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับตัวเรือนของแหวนและความต่างของตัวเรือนแต่ละแบบ เพื่อให้คุณสามารถเลือกแหวนเพชรได้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณ หรือคนที่คุณรัก

 

หากถามว่า ตัวเรือนแหวนเพชรสำคัญต่อการเลือกซื้อขนาดไหน ต้องบอกเลยว่า การเลือกตัวเรือนสำหรับเพชรแท้แต่ละแบบนั้น นอกจากจะสามารถบ่งบอกได้ถึงรสนิยมของคนใส่ได้แล้ว ยังถือว่าเป็นปัจจัยหลักสำคัญในการเลือกแหวนเพชรอีกด้วย โดยเราจะเริ่มต้นกันที่ ‘สีของตัวเรือน’ ซึ่งมีปัจจัยมาจากการผสมเนื้อโลหะต่างชนิด ต่างสีมาผสมผสานหลายๆ ตัวเข้าด้วยกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยนะคะ

 

ทองคำสีเหลือง (Yellow Gold)

ทองคำสีเหลืองเป็นทองคำที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด ซึ่งเกิดจากการผสมของทองคำ, ทองแดง และเงิน โดยทองแดงที่ผสมอยู่ในเนื้อทองคำชนิดนี้จะมอบความเปล่งประกายให้กับเนื้อแหวน เมื่อตัวเรือนกระทบแสงจะเห็นเป็นเงาสะท้อนสีเหลืองเหลือบเขียว ซึ่งการเหลือบเขียวนั้นมาจากตัวเงินที่เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่เราผสมลงไปในตัวเรือนแหวนเพชร ซึ่งแน่นอนว่าตัวเรือนแหวนเพชรชนิดนี้ เป็นแหวนเพชรทองคำที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานมาก

 

ทองคำสีขาว หรือ ทองคำขาว (White gold)

ทองคสีขาว หรือ ทองคำขาว เกิดจากการผสมระหว่างทองคำ, เงิน และพัลลาเดียม ซึ่งทองคำขาวนั้นเคยเป็นที่นิยมมากๆ อยู่พักหนึ่ง สาเหตุที่ฮิตนั้น มาจากตัวเรือนแหวนเพชรนั้นมีสีใกล้เคียงกับ “แพลทินัม”  และยิ่งเป็นเนื้อที่ได้จากการผสมโลหะชนิดต่างๆ เข้าด้วยกันแล้ว ทำให้ตัวเรือนแหวนเพชรนี้มีความเป็นประกายมาก เนื่องจาก ทองคำขาวนั้นจำเป็นต้องชุบเนื้อด้วยโรเดียม จึงส่งผลให้ตัวโลหะนั้นแข็งแรง คงทนและมีความแวววาวสวยงาม ความนิยมของตัวเรือนทองคำขาวมักจะทำให้เพชรเม็ดเดี่ยวดูโดดเด่นมากกว่าทองคำสีเหลือง อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่ดูคลาสสิคและหรูหราในเวลาเดียวกัน ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่ แต่อย่างไรก็ตามข้อเสียของการเลือกตัวเรือนทองคำจาวก็คือ เราต้องคอยนำแหวนนี้ไปขัดชุบโรเดียมอยู่บ่อยๆ เนื่องจากเวลาที่ผ่านไป สามารถทำให้ทองคำขาวนั้นสึกกร่อน และไม่เปล่งประกายได้เหมือนเดิม ดังนั้น หากชื่นชอบตัวเรือนประเภทนี้ การชุบโรเดียมจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรลืมโดยเด็ดขาด

 

ทองคำสีกุหลาบ หรือ ทองชมพู (Rose Gold)

ทองคำสีกุหลาบ หรือ ทองชมพู ได้มาจากการผสานกันของทองคำ, ทองแดง และอัลลอยด์ สีของตัวเรือนประเภทนี้จะมีความใกล้เคียงกับทองคำสีเหลือง แต่มีความอ่อนนุ่มมากกว่า และมีความเปล่งประกายวับวาวคล้ายกับทองคำขาว เนื่องจากสีและความเงางามของตัวเรือนทองชมพูนี้เอง ตัวเรือนประเภทนี้จึงมักได้รับความนิยมใช้กับแหวนแต่งงานหรือแหวนที่มีการประดับเพชรเม็ดเล็กหลายๆ เม็ดมากกว่าจะทำเป็นตัวเรือนของแหวนเพชรเม็ดเดี่ยว

 

แพลทินัม (Platinum)

แพลทินัม เป็นสุดยอดโลหะที่มีความแข็งแรง ทนทานมากที่สุด และยังมากถือว่าเป็นโลหะบริสุทธิ์ที่สุดในการทำมาทำเป็นเครื่องประดับ ซึ่งข้อดีของแหวนเพชรชนิดนี้ คือ ลักษณะความแข็งคงทนของเนื้อแพลทินัมที่ไม่จำเป็นต้องชุบโรเดียม เพื่อสร้างความแวววาว และยังพบการเสื่อมสภาพที่ช้ากว่าทองคำประเภทอื่นๆ ซึ่งจุดที่สำคัญที่สุดของ แพลทินัม คือ คุณสมบัติของแร่ธาตุที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองให้กับผู้ที่สวมใส่ ดังนั้น ตัวเรือนแหวนเพชรชนิดนี้จึงเหมาะอย่างมาก สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้โลหะ นอกจากนี้ตัวเรือนแพลทินัมได้ขึ้นชื่อว่าเป็นโลหะที่หายากที่สุด จึงไม่แปลกใจเลยที่มันส่งผลให้ ตัวเรือนนี้มีราคาที่สูงเป็นอย่างมาก

 

มาถึงจุดนี้ เราต้องถามก่อนว่าคุณเคยได้ยิน คำว่า “หนามเตย” กันบ้างไหมคะ และทราบหรือไม่ว่าว่าหนามเตยคืออะไร ทำหน้าที่อย่างไร และมีข้อดีอย่างไรกับแหวนเพชร รวมถึงทำไมจิวเวลรี่ทุกชนิดถึงมีการฝังที่ไม่เหมือนกัน ว่าแล้วก็ตามมาดูกันเลยนะคะ

 

หนามเตยคืออะไร?

จริงๆ แล้ว หนามเตย คือ รูปร่างของโลหะที่ผ่านการทำเป็นซี่ๆ คล้ายๆ หนาม มีหน้าที่สำคัญใช้สำหรับการยึดเกาะเพชรหรืออัญมณีโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีรูปแบบการฝังและเกาะเพชรแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับดีไซน์และการออกแบบตัวเรือนนั้นๆ

 

การฝังแบบหนามเตย (Prong Setting) คืออะไร?

การฝังแบบหนามเตย คือ การออกแบบตัวเรือนให้มีส่วนที่ก้านยื่นออกมาจากตัวแหวน เพื่อใช้ในการยึดเกาะเพชร การฝังแบบหนามเตยนั้นจะชูตัวเพชรให้เด่นออกมาจากตัวแหวน ซึ่งแหวนเพชรเม็ดชูหรือแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวล้วนมีการฝังแบบหนามเตยทั้งสิ้น โดยส่วนใหญ่มักพบตัวเรือนที่มีการฝังแบบหนามเตยอยู่ 2 แบบ คือ ตัวเรือนแบบ 4 หนามเตย และแบบ 6 หนามเตย

 

4 หนามเตย หรือ 6 หนามเตย ดีกว่ากัน?

คนทั่วไปมันรู้สึกว่าการฝังเพชรแบบ 4 หนามเตยนั้นจะทำให้เพชรแวววาวเล่นไฟได้มากกว่าแบบ 6 หนามเตย ส่วนตัวเรือนแบบ 6 หนามเตยจะช่วยทำให้เพชรดูกลมและการยึดเกาะที่มั่นคงกว่า แต่เล่นไฟได้น้อยกว่า เพราะถูกหนามเตยบดบังอยู่ ซึ่งแท้จริงแล้วผู้เชียวชาญด้านอัญมณีศาสตร์หลายท่านยืนยันว่า จำนวนของหนามเตยมีผลต่อการเล่นแสงเล่นไฟและความมั่นคงในการยึดเกาะน้อยมาก สำหรับคุณสมบัติเรื่องการเล่นแสงเล่นไฟมักจะขึ้นอยู่กับเม็ดเพชรที่เลือกมาเป็นเม็ดชู ส่วนการยึดจับจะขึ้นอยู่กับการออกแบบดีไชน์และขั้นตอนในการผลิตตัวเรือนที่ต้องอาศัยความแม่นยำเป็นสำคัญ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนแบบ 4 หนามเตย หรือ ตัวเรือน 6 หนามเตย เราสามารถพิจารณาจากดีไชน์และความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคลได้เลยค่ะ

 

นอกจากนี้ สำหรับ Love & Co. เรายังมีตัวเรือน ‘แหวนเพชรเม็ดชูแบบ 5 หนามเตย’ อีกด้วย ซึ่งการออกแบบตัวเรือนแบบ 5 หนามเตย ทำให้แหวนเพชรเม็ดชูมีดีไชน์ที่แปลกตาและมีดีไชน์เอกลักษณ์โดดเด่นด้วยการวางองศาของหนามเตยในลักษณะของดาวห้าแฉก (Pentagram) ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ได้เช่นกันค่ะ

 

ณ ตอนนี้ มั่นใจได้เลยว่าคุณคงมีข้อมูลในการตัดสินใจมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ แต่สำหรับใครที่ยังสับสน และต้องการที่ปรึกษาดีๆ ก็สามารถมาปรึกษากับทาง “Love & Co.” เราสามารถช่วยให้ข้อมูลอย่างละเอียด ถูกต้องและแม่นยำ เพื่อช่วยคุณเลือกแหวนเพชรแท้สักวง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ความชอบ ที่เป็นคุณได้ รับรองว่าถูกใจคุณและคนที่คุณรักอย่างแน่นอน